top of page

EP15: SBIR (SPEAKER BOUNDARY INTERFERENCE RESPONSE).

ในการที่จะสร้างห้องสำหรับดูหนัง (Cinema Room) หรือห้องฟังเพลง (Listening Room) ที่ดีสักห้องหนึ่งนั้นอันดับแรกที่เราต้องทำการเตรียมก็คือขนาดที่เหมาะสมของห้อง เพราะว่าหากเรามีขนาดห้องที่เหมาะสมแล้วนั้น ปัญหาหลักพื้นฐานในเรื่องการเกิด Room Mode ก็จะเกิดขึ้นน้อยลง (แต่เราจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ทั้งหมด) ทำให้ขบวนการต่อมาในการปรับปรุง acoustic ของห้องก็จะมีความง่ายมากขึ้น

ถึงแม้ว่าในปัจจุบันด้วยความสามารถในการใช้งานของซอฟต์แวร์การวัดห้องในทุกวันนี้การปรับแต่งเสียงแบบดิจิทัล (EQ) และแม้แต่ระบบ EQ การปรับแต่งเสียงอัตโนมัติที่ติดตั้งกับเครื่องขยายเสียงและระบบลำโพงบางรุ่นจะเป็นเรื่องง่ายมากที่จะแก้ไขอย่างปัญหาได้รวดเร็วและใช้สิ่งเหล่านี้เพื่อลองและแก้ไขข้อผิดพลาดในความถี่ของระบบ การตอบสนอง

ปัญหาที่เกิดขึ้นคือการตอบสนองความถี่ของระบบ ณ จุดใดจุดหนึ่งในห้องนั้นถูกกำหนดโดยปัจจัยหลายอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือชนิดและขนาดของห้อง ขนาดอัตราส่วนและปริมาณของการออกแบบติดตั้งวัสดุซับหรือสะท้อนเสียงภายในห้องทั้งหมด จะมีส่วนในการที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงในการตอบสนองความถี่ของห้องขึ้นอยู่กับว่าคุณอยู่ที่ไหนหรือตำแหน่งในห้อง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เรียกว่า "Room Mode" เมื่อคลื่นเสียง (sound wave) เกิดการสะท้อนไปมาระหว่างผนังที่ขนานกันสองด้าน สิ่งที่คุณจะได้ตามมาก็คือสิ่งที่เราเรียกว่า "Standing Wave" ณที่ความถี่ใดความถี่หนึ่ง และที่ระดับความดังหรือพลังงานที่เกิดขึ้น และด้วยเหตุที่ว่าหากในห้องหนึ่งๆมีผนังที่ขนานกันทั้งสามด้าน (ผนังด้านข้าง, ผนังหน้า-หลัง, พื้นห้อง-เพดาน) ค่าและปริมาณ Standing wave และ Harmonic ที่เกิดขึ้นจะเกิดการเสริมและหักล้างกันเกิดเป็นบุคลิกเสียงเฉพาะของเสียงที่เกิดขึ้นภายในห้องนั้นๆ ซึ่งแต่ละห้องก็จะมีบุคคลิกของเสียงที่แตกต่างกันและไม่มีห้องใดห้องหนึ่งที่มีบุคลิกเสียงที่เหมือนกันโดยสิ้นเชิง

โดยการคำนวณออกแบบเราจะให้ความสำคัญกับความถี่ต่ำที่ค่าความถี่น้อยกว่า 200 hz เป็นพิเศษ เพราะช่วงความถี่เหล่านั้นจะส่งผลกระทบปริมาณมากต่อคุณภาพเสียงที่ได้รับในห้องนั้นๆเป็นหลัก

Speaker Boundary Interference Response (SBIR):

หากเมื่อระยะห่างจากไดรเวอร์ลำโพงถึงผนังห้องมีค่าเท่ากับ 1/4 ของความยาวคลื่น(wave length) จะเกิดการหักล้างอย่างสมบูรณ์ที่ความถี่นั้น จากนั้นจะเกิดการเสริมการหักล้างที่ความถี่นั้นๆในลักษณะทวีคูณ ซึ่งเราเรียกปรากฎการณ์นี้ว่า "Comb filtering" ซึ่งอาจทำให้เกิดค่าระดับความดังที่จุดสูงสุด + 6db และจะลดลงเล็กน้อยเมื่อแต่ละค่าว่างและจุดสูงสุดตามระยะห่าง เมื่อระยะห่างจากผนังห้องเพิ่มขึ้นความถี่นี้จะลดลง

จุดประสงค์หลักในเรื่องนี้เพื่อต้องการแสดงให้เห็นว่า ระยะห่างและตำแหน่งการวางของลำโพงภายในห้องจะมีผลกระทบอย่างมากกับคุณภาพเสียงที่ได้รับ การที่เราวางลำโพงให้อยู่ใกล้ผนังด้านข้างหรือผนังด้านหน้าใกล้จนเกินไป จะทำให้เกิด distortion ของเสียง เกิดปรากฎการณ์เสียงซ้อน (Phantom Image) อันจะทำให้ เวทีเสียง ตำแหน่งและลำดับชั้นของชิ้นดนตรีเสียไป

FLOOR/CEILING BOUNCE:

เช่นเดียวกันกับปรากฎการณ์ SBIR ข้างต้น พื้นและเพดานก็สามารถเกิดปรากฎการณ์ในลักษณะเดียวกันด้วยเช่นกัน แต่หลายคนอาจละเลยความสำคัญในส่วนนี้ โดยเฉพาะหากมีพื้นผิวที่แข็งและใกล้อยู่ติดกับคุณและลำโพง ซึ่งคุณไม่เพียงแต่ได้ยินเสียงโดยตรงเท่านั้น แต่ยังมีเสียงสะท้อนอีกด้วย การใช้พรมที่หนาและหนักจะช่วยในการสะท้อนกลับของพื้น เช่นเดียวกับการกำจัดหรือปรับลดสิ่งของหรือสิ่งต่างๆภายในห้องเช่นโต๊ะกลางที่อาจอยู่ระหว่างคุณกับลำโพง และการติดตั้งอุปกรณ์ acoustic panelในลักษณะประเภท Diffiser มากกว่า Absorber จะให้ผลลัพท์ของเสียงที่ดีกว่าและเป็นจะผลดีมากขึ้นสำหรับฝ้าและเพดาน

Call 

081-869-8200

Follow

  • Facebook
  • Twitter
  • LinkedIn
bottom of page